Miracle
Type : Shortfiction
Actor : Akanishi Jin*Kamenashi Kazuya
Rate : Romantic
Author: A.Miku
Part : 2 [END] “โทโมะ เสร็จรึยัง เร็ว ๆ หน่อย เดี๋ยวก็ไม่ทันขึ้นเครื่องหรอก” คาเมะเร่งเพื่อนหน้าหวานที่กำลังลากกระเป๋าออกมาจากห้องนอน เพราะกลัวว่าจะไม่ทันขึ้นเครื่องเพื่อไปดูคอนเสิร์ตของจิน
“จ้า ๆ เสร็จแล้ว” เมื่อเห็นเพื่อนลากกระเป๋าออกมา คาเมะก็จัดการลากทั้งเพื่อนทั้งกระเป๋าลงไปข้างล่างคอนโดทันที ก่อนจะเรียกแท็กซี่ให้ตรงไปที่สนามบิน
สนามบินนาริตะ
คาเมะและยามะพีรีบลากกระเป๋าตรงดิ่งไปยังตัวอาคารทันทีเพื่อจะขึ้นเครื่องบินไปที่ประเทศไทย ทันใดนั้นโทรศัพท์เครื่องจิ๋วของคาเมะก็ดังขึ้น
“ครับ คาเมะพูด”
** คาเมะชั้นเองนะ เคตะ **
“อื้อ ว่าไง”
** จะขึ้นเครื่องแล้วหรอ **
“อือ แล้วเรื่องที่พักว่าไงล่ะ”
** โชคดีมาก ๆ คาเมะ เราได้ที่พักโรงแรมตรงกันข้ามกับที่จินพักน่ะ **
“จริงหรอ!?!”
** จริง ๆ เออ แล้วถ้ามาถึงก็โทรมาบอกด้วยนะ ชั้นใช้เบอร์เดิม **
“อื้อ”
** งั้นก็แค่นี้ละกัน บาย **
“บาย”
หลังจากบทสนทนกับเพื่อนสมัยมัธยมต้น ที่ตอนนี้มาเรียนที่เมืองไทยได้จบลง เจ้าตัวจึงรีบ ๆ ขึ้นเครื่องทันทีเพราะเหลือเวลาอีกไม่มาก
และแล้วเวลาก็ผ่านไปเครื่องบินลำใหญ่ที่มาจากญี่ปุ่นก็จอดลง
สนามบินสุวรรณภูมิ
“โหย เมืองไทยอากาศร้อนจัง” โทโมะบ่นเบา ๆ พร้อมกับลากกระเป๋าใบโตเดินเคียงข้างคาเมะ ร่างเล็กยิ้มเบา ๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนที่เมืองไทยทันที
“งื่ออออ คาเม้ เมื่อไหร่ตาเคโระ เคตะของนายจะมาอ่ะ เค้าร้อนนนนนนน” โทโมะทำท่าพัด ๆ ประกอบการพูดถมยังบ่นถึงเพื่อของคาเมะที่ไม่เคยเห็นหน้าอีกด้วย
“ใกล้มาแล้ว โทโมะ เค้าบอกว่าอยู่ในสนามบินนี่แหละ อ๊ะ นั่นไง” หนุ่มน้อยนามว่าคาเมะกำลังโบกมือให้ ทาจิบานะ เคตะเพื่อนเลือดปลาดิบให้เห็น เคตะเห็นดังนั้นก็รีบตรงรี่เข้ามาหาคาเมะทันที
“หวัดดีคาเมะ ไม่เจอกันซะนานเลยนะ” หนุ่มร่างสูงเข้ามาทักทายคาเมะด้วยอาการดีใจ
“อื้อ สบายดีมั๊ย”
“สบายดี”
“แล้วเรื่องเรียนล่ะ เป็นไงบ้าง@!$#_+&(?@!!!&|\)@&$$”
แล้วบทสนทนาของเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานก็เริ่มขึ้น ยามะพีเริ่มทำหน้าบูดเพราะทั้งร้อนทั้งหิว ขนาดเค้าทำเสียงฟึดฟัดใส่คาเมะยังไม่รู้สึกตัวเลย
“คาเมะ เค้าหิวข้าว เค้าร้อน เค้าง่วงนอน!!!” ยามะพีพูดเสียงดังขัดบทสนทนาที่กำลังคุยกันอย่างเมามัน ร่างสูงหน้าตาหล่อบาดใจหันมามองยามะพียิ้ม ๆ ยามะพีก็จ้องกลับอย่างไม่วางตา
จะมองอะไรเล่า!!!!!!!!!!!!!!
สบถในใจเบา ๆ แล้วสะบัดหน้าหนีไปทางคาเมะทันที คาเมะเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้เคตะพาไปหาข้าวกินก่อนที่โทโมะจะอาละวาด
“แล้วจะกินอะไรกันล่ะ คาเมะ” เคตะหันไปถามเพื่อนที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้
“อืม อยากกินอาหารไทยอร่อย ๆ น่ะ โทโมะว่าไงล่ะ อยากกินอะไร”
“กินอะไรก็ได้ เราหิว!!!” ตอบกระแทกเสียงหน่อย ๆ ทำเอาทั้งคาเมะและเคตะหัวเรากันยกใหญ่เลย
ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ขับรถ อดไม่ได้ที่จะมองผ่านกระจกมาหาคนตัวเล็กที่นั่งหน้าบูดอยู่ข้างหลัง ที่กำลังมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง คาเมะเห็นเคตะมองหลังรถบ่อย ๆ ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ คิดไม่ผิดที่เอายามะพีมาด้วย ก็รูปร่างหน้าตาแบบนี้ถูกใจเคตะเค้าเชียวล่ะ
ในที่สุดการจราจรบนถนนที่ติดขัดก็ทำให้รถเก๋งสีขาวคันงามเคลื่อนตัวมาจอดที่ลานจอดรถของภัตตาคารสุดหรูจนได้ เคตะลงรถรีบไปเปิดประตูให้คาเมะ ก่อนจะอ้อมมาทางยามะพี
ยามะพีตวัดตาใส่เคตะที่กำลังเปิดประตูรถให้ เคตะเห็นก็ยิ้มใส่ทำเอาโทโมะฉุนกึกรีบ ๆ กระแทกเท้าลงกับพื้นทันที.........นิสัยแบบนี้เคตะก็ชอบ น่าแกล้งดีนัก
หนุ่มร่างสูงเดินนำร่างผอมบางทั้งสองเข้ามาในภัตตาคาร แอร์เย็น ๆ ฉ่ำ ๆ ก็ทำให้ยามะพียิ้มออกมาได้นิดนึง ทั้งสามนั่งลงตรงมุมที่ลับตาคน จะได้ทานอาหารได้สะดวก
“สวัสดีค่ะ ภัตตาคารมาลีวัลย์ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวของภัตตาคารในเมืองไทยเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ ทำให้คาเมะยกมือไหว้ตอบตาม โทโมะก็ทำตามงง ๆ
พนักงานเห็นก็ยิ้มขำ ๆ แล้วยื่นเมนูอาหารให้ทั้งสามคน ยามะพีกับคาเมะเห็นก็เกาหัวแกรก ๆ ก็อ่านภาษาไทยไม่ออกนี่หว่า
“กินอะไรดีล่ะ”
“เคตะสั่งมาเหอะ เรากินได้หมดแหละ” ตอบให้ยิ้ม ๆ เคตะเลือกเปิดเมนูสักพักก็สั่งอาหารมาให้ร่างเล็กทั้งสอง
“เอาต้มยำกุ้งหม้อนึง ผัดเปรี้ยวหวานจานนึง แกงจืดถ้วยนึง ข้าวเปล่าโถนึง แล้วก็ส้มตำปูปลาร้าแบบเผ็ด ๆ นะครับ” ยามะพีนั่งมองเคตะสั่งอาหารเป็นภาษาไทยแล้วนั่งหน้าหมางง มันสั่งอะไรมากินเนี่ย
ทั้งสามนั่งได้ไม่นานนักอาหารที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ คาเมะเห็นก็ตาโตทันที รู้สึกว่าอาหารที่ไทยคงจะเผ็ดน่าดูเลยล่ะ เคตะตักข้าวให้ชาวญี่ปุ่นหน้าหวานทั้งสองแล้วก็ตัวเอง เห็นร่างน้อยทั้งสองมองจานข้าวที หม้อต้มยำกุ้งทีแล้วก็กลืนน้ำลาย อึก ๆ
“ทำไมไม่กินล่ะ” ถามไปงั้น ๆ แหละก็รู้ ๆ อยู่ว่าสองคนนี้กินเผ็ดไม่ค่อยได้ แต่ก็แค่สั่งมาแกล้งแค่นั้นเองแหละ
“ก็ ก็.......” ยามะพีชี้ที่หม้อต้มยำกุ้งที่มีสีแดง ๆ เต็มไปหมด กับจานส้มตำที่มีแต่พริก
“อ้าวกินเผ็ดไม่ได้หรอ โถ่ ไอ้เราก็นึกว่า......” เคตะเว้นวรรคช่วงการพูดแล้วมองหน้ายามะพีหยาม ๆ
“อะไร เผ็ดแค่นี้เอง เรากินได้น่า!!!!!” พูดขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นสีหน้าคนตัวโต ยามะพีตักต้มยำกุ้งใส่ถ้วยไว้ แล้วก็ตักส้มตำมาวางไว้ข้าง ๆ ข้าวที่กำลังร้อนได้ที่
“โทโมะ กินได้จริง ๆ หรอ” คาเมะถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง โทโมะพยักหน้าแรง ๆ แล้วลงมือกิน
กุ้งตัวโต ๆ ที่ลอยคออยู่ในถ้วยก็ถูกโทโมะตักใส่ปาก พร้อมกับน้ำต้มยำเผ็ดร้อน เพียงแค่มันแตะลิ้นเท่านั้นแหละ ก็เกือบจะร้องจ๊ากออกมา แต่ไม่ได้ ๆ เสียฟอร์มหมด เดี๋ยวไอ้ถึกที่ทำหน้าแป้นแล้นใส่เค้าอยู่มันจะได้ใจ
แล้วข้าวร้อน ๆ ก็ได้ตามกุ้งเข้าไปในปาก ยิ่งทวีความเผ็ดร้อนให้มากขึ้น ใบหน้าหวานเริ่มมีเหงื่อซึมน้อย ๆ แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจสักนิด กลับตักส้มตำที่เต็มไปด้วยพริกเม็ดแดงเข้าปากต่อ
คาเมะเห็นก็เริ่มใจเสีย โทโมะจะเป็นไรมั๊ยเนี่ย เคตะก็ยังคงมองร่างเล็กปากเก่งต่อไปเรื่อย ๆ .......ดูซิจะเก่งไปได้สักกี่น้ำ
“คาเมะ กินสิอร่อยดีนะ กินเลย ๆ ” หันมาบอกคาเมะด้วยอาการน้ำมูกน้ำตาไหล คาเมะพยักหน้าเบา ๆ แล้วตักแกงจืดกับผัดเปรี้ยวหวานมากิน
คาเมะยิ้มออกมาน้อย ๆ ที่อาหารของไทยก็ไม่ได้มีรสจัดจ้านเสมอไป มีบางทีที่จะตักต้มยำกุ้งและส้มตำมากินบ้าง
“นี่คุณ กินรสธรรมดาตัดเผ็ดหน่อยก็ได้ เดี๋ยวก็แสบท้องหรอก” เคตะตักผัดเปรี้ยวหวานกับแกงจืดให้ร่างเล็กที่กำลังปาดน้ำตาแล้วยัดส้มตำใส่ปากต่อ
“ฟืดดด ขอบใจนะ” เสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นก่อนคำขอบคุณ ยามะพีจัดการอาหารทั้งน้ำตาแล้วพิงหลังกับพนักเก้าอี้เมื่อกินอาหารได้หมด
“คุณครับ ผมขอไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ พาเฟต์สองที่นะครับ” พนักงานสาวพยักหน้ารับเมื่อเคตะได้สั่งไอศกรีม เคตะหันมามองยามะพีที่นั่งเอามือพัด ๆ ปาก ปากอิ่มแดงจัดเพราะส้มตำและต้มยำกุ้ง
ไม่นานนักไอศกรีมที่ได้สั่งก็มาส่งที่โต๊ะ เคตะยื่นแก้วไอศกรีมให้ร่างเล็ก ๆ ทั้งสอง โทโมะเห็นก็ทำตาวาวทันที
“นี่ นายสั่งไอติม ซี้ดดดดดด มาให้เราหรอ” พูดไปตาก็จ้องถ้วยไอศกรีมไม่เลิก
“อือ ผมมาสั่งมาให้คุณกับคาเมะกิน เห็นว่าเผ็ดมากนี่นา”
“อิอิ ขอบคุณน้า” หันมายิ้มหวานให้ชายหนุ่มใจกระตุกเล่น ๆ ก่อนจะลงมือทานไอศกรีมสีหวานทันทีพลางคิด ๆ ในใจ ว่าเพื่อนคาเมะคนนี้ก็ไม่ได้กวน(ตีน)เป็นอย่างเดียวสักหน่อย
=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=
“อ๊า..... ห้องแอร์ที่นี่เย็นเฉียบเลยว่ะ ต่างกับอากาศข้างนอกชะมัด” มือกีต้าร์นามว่ายูอิจิล้มตัวลงบนเตียงกว้าง จิน เสมองเพื่อนร่วมวงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
ผืนนภาสีฟ้ากว้างมีกลุ่มเมฆลอยตัวอยู่เป็นกลุ่มก้อน จินสะบัดหัวตัวเองเบา ๆ แล้วกลับมานอนที่เตียงมื่อเห็นกลุ่มเมฆเป็นหน้าคาเมะไปได้
มือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อเอารูปวาดของคาเมะขึ้นมาดู........คิดถึง คิดถึงนายที่สุดเลย คาซึยะ......
“เฮ้อ มัวแต่เพ้อแล้วไม่ตามหามันจะได้เจอมั๊ยวะ” จุนโนะสุเกะพูดขึ้นขณะที่กำลังอ่านหนังสือเล่มโปรดของตัวเองอยู่
“แล้วกูว่างมากที่จะไปตามหาเค้ารึไงล่ะวะ” จินสวนกลับ ก่อนจะมานอนมองรูปอีกรอบ ถ้าชั้นว่างเมื่อไหร่ ชั้นสัญญาเลย ว่าจะตามหานายไม่ว่านายจะอยู่ที่ใดบนโลกนี้
“เห้ย ไอ้เพื่อนรัก อย่าทำหน้าหงอยสิวะ ลงไปเดินเที่ยวดีกว่า เค้าว่าที่เมืองไทยของสวย ๆ งาม ๆ เยอะนะ” โคคิพูดแล้วทำท่าเพ้อฝัน สาธุ!!! ขอเจอหน้าทาทา ยังหน่อยเหอะวะ(ความจริงอยากเห็นไอ้ที่ต่ำลงมาจากหน้าต่างหาก เหอ ๆ )
“เออ”
=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=
“ฮ่า เย็นจังเยย” เจ้าของตากลมโตกับใบหน้าหวาน ล้มลงปุบนเตียงนอน แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำมาหมาด ๆ ทำให้ยิ่งเย็นสบายเข้าไปอีก
คิด ๆ ไปแล้วไอ้เพื่อนของคาเมะนี่ก็นิสัยดีเป็นกับเค้านะ เห็นตั้งแต่ลงเครื่องมาก็เหมือนจะแกล้งเค้าตลอดเลย ยังเจ็บใจไม่หาย เรื่องที่หลอกให้เค้ากินของเผ็ด ก็ดูสิ ท้องของเค้าเริ่มจะแสบ ๆ แล้วนะเนี่ย
เห้ย!!!!!!แล้วจะไปคิดถึงไอ้นั่นทำไมล่ะ
ยามะพีอมลมเข้าแก้มจนอูม นึกโทษตัวเองว่าจะไปคิดถึงไอ้ถึกหน้าหล่อขี้แกล้งคนนั้นทำไม ใบหน้าหวานก้มลงซบกับหมอนแล้วถูไปถูมาให้เลิกคิดสักที........แต่ทำยังไงดี ไอ้สมองบ้า ๆ นี่มันไม่ยอมเลิกเลยอ่ะ!!!!!!!!
คาเมะที่นั่งเช็ดผมอยู่มองยามะพีที่ฟัดกับหมอนขำ ๆ แล้วเปิดม่านมองไปยังโรงแรมที่หรูไม่แพ้กับโรงแรมของตนเอง.......จินกำลังทำอะไรอยู่น้า~~
นั่งเหม่อมองโรงแรมตรงกันข้ามซะนานจนผมที่ไม่ค่อยได้สนใจการเช็ดเริ่มจะแห้งแล้ว คาเมะจึงเดินไปล้มตัวนอนข้าง ๆ โทโมะบ้าง......เก็บแรงไว้ตามจินวันพรุ่งนี้
=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=
ยามสายของวันใหม่ที่ดูจะวุ่นวายเป็นพิเศษก็ได้เริ่มขึ้นกับสี่นักร้องดัง เมื่อการที่พวกเค้าจะไปเที่ยวเล่นที่สวนสนุกของเมืองไทย มีแฟนคลับออกันเต็มหน้าโรงแรมไปหมด
ร่างสูงทั้งสี่ได้เดินออกจากโรงแรมขึ้นรถที่ทางค่ายเพลงจัดหาไว้ให้ แฟนสาวชาวไทยกรี๊ดกันเสียงดังระงมจนคนในโรงแรมต้องเปิดประตูหน้าต่างออกมาดูที่หน้าระเบียง จินแค่นยิ้มไปให้แฟนคลับดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ก่อนจะเดินขึ้นรถไป
เมื่อนักร้องดังทั้งสี่คนขึ้นรถเสร็จแล้ว รถคันหรูก็กระชากตัวออกไปทันที แฟนคลับชาวไทยก็วิ่งตามรถแล้วทุบกระจกเหมือนชาวญี่ปุ่นเด๊ะ จินพยายามมอง มองว่าในกลุ่มแฟนคลับนี้จะมีคาเมะรึเปล่า แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ร่างสูงจึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเอาหลังพิงกับพนักเบาะนั่งอย่างเหนื่อยล้า
=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=
ในที่สุด รถคันเป้าหมายก็มาถึงสวนสนุกชื่อดังของเมืองไทยก็ได้จอดที่ลานจอดรถ คาเมะพยายามชะเง้อคอดูรถคันที่เพิ่งจอดแล้วก็วิ่งตามกลุ่มแฟนคลับไปเมื่อคนไทยกรี๊ด ๆ ๆแล้วตะโกนเรียกชื่อสี่นักร้องดังกันระงม
“จิน จิน ได้ยินชั้นรึเปล่า จินนนนนนนนนน” ร่างเล็กพยายามตะโกนเรียกจินเสียงดัง แต่ก็สู้เสียงแฟนคลับชาวไทยไม่ได้เลย แล้วจินก็ยังจะมาก้มหน้าอีก แล้วมันจะเจอกันมั๊ยเนี่ย
“คาเมะ ออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ ยามะพี อาการเริ่มไม่ดีแล้วนะ” เคตะเดินมาบอกคาเมะแล้วชี้ไปยังเพื่อนรักที่กำลังนั่งกุมท้องทำหน้าซีดอยู่
“โทโมะ เป็นไรมากมั๊ย เมื่อวานบอกแล้วไม่ฟังเองนะ เป็นไงล่ะ” ยามะพีได้แต่ทำหน้าซีดให้คาเมะเห็น ก็นะ ไม่อยากให้ใครมาหยามยามะพีคนนี้นี่ แล้วผลก็กลายเป็นว่าเจ้าตัวทั้งท้องเสีย ทั้งกระเพาะอาหารอักเสบซะงั้น
“นี่คุณ ผมขอโทษนะ ถ้าไม่ท้าเมื่อวาน วันนี้คุณคงไม่เป็นแบบนี้หรอก” เคตะก้มหน้าลงสำนึกผิดยามะพีส่ายหน้าให้แทนการพูดตอบ ก็มันไม่มีแรงนี่หว่า
“แล้วไหวมั๊ยเนี่ย”
( - _ - )( _ _ )( - _ - )( _ _ ) ยามะพีพยักหน้าตอบ
“ไม่ไหวแน่ ๆ ล่ะ มานี่มา ขึ้นหลังผมดีกว่า” เคตะหันไปพูดกับคาเมะแล้วหันมาหาคนที่กำลังป่วย ยามะพีทำหน้างง ๆ แต่ก็ยอมขึ้นหลังของร่างสูงทันที จากนั้นทั้งสามคนก็เคลื่อนตัวเดินไปตามแฟนคลับที่วิ่งกรูกันเข้าไปในสวนสนุก
=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=l=
อ่านต่อคลิ๊กค่า....